การใช้ My Number Portal และการปกป้องความเป็นส่วนตัว | คู่มือปี 2026 สำหรับการบริหารข้อมูลประกันสุขภาพ ภาษี และเงินบำนาญอย่างปลอดภัย
ภาพรวม
ณ ปี 2026 อัตราการถือบัตร My Number ในญี่ปุ่นอยู่ที่ประมาณ 87% (ราว 109 ล้านคน) และตามรายงาน "แนวโน้มการใช้งาน My Number Portal ปี 2025" ของกระทรวงดิจิทัล การใช้งานสำหรับการเชื่อมต่อบัตรประกันสุขภาพ การตรวจสอบบันทึกเงินบำนาญ การยื่นภาษี และการขอทะเบียนบ้านออนไลน์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว My Number Portal ให้การเข้าถึงบริการราชการแบบรวมศูนย์ ได้แก่ (1) การใช้เป็นบัตรประกันสุขภาพ (แสดงที่สถานพยาบาล) (2) ข้อมูลภาษี (การยื่นภาษีและหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย) (3) บันทึกเงินบำนาญ (บำนาญชราภาพ ทุพพลภาพ และตกทอด) (4) ขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับการเลี้ยงดูบุตร (5) การขอทะเบียนบ้านและใบรับรองตราประทับออนไลน์ ในขณะเดียวกัน การรวมศูนย์ข้อมูลละเอียดอ่อนจำนวนมากเหล่านี้ทำให้เกิดภัยคุกคามด้านความเป็นส่วนตัวใหม่ที่ปรากฏชัดขึ้น ได้แก่ (1) ขอบเขตความเสียหายที่กว้างมากเมื่อถูกเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต (2) การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของการฟิชชิ่งผ่านเว็บไซต์ปลอมที่แอบอ้างเป็น My Number Portal และ (3) ความเสี่ยงเมื่อสมาร์ทโฟนสูญหาย
บทความนี้นำเสนอกลยุทธ์การปกป้องที่ครอบคลุมสำหรับผู้ถือบัตร My Number ณ เดือนมิถุนายน 2026 โดยผสมผสานการปกป้องความเป็นส่วนตัวเชิงปฏิบัติบน My Number Portal กับการใช้ VPN ของ SecureSS ครอบคลุมการดำเนินการที่ปลอดภัยใน 3 แกนหลัก ได้แก่ การเชื่อมต่อบัตรประกันสุขภาพ ข้อมูลภาษี และบันทึกเงินบำนาญ มาตรการป้องกันฟิชชิ่ง การจัดการการเข้าถึงแทนสมาชิกในครอบครัว และโปรโตคอลฉุกเฉิน เหมาะสำหรับผู้ใช้ My Number Portal ผู้ที่กำลังดำเนินการยื่นภาษี ผู้ดูแลสมาชิกผู้สูงอายุในครอบครัว และผู้รับมอบอำนาจในการดำเนินการราชการ
ทำไม ความปลอดภัย ถึงสำคัญในวันนี้
การปกป้องความเป็นส่วนตัวบน My Number Portal เชื่อมโยงโดยตรงกับการลดความเสี่ยงเชิงปฏิบัติใน 5 สถานการณ์ต่อไปนี้ ซึ่งรวบรวมจากกรณีที่เปิดเผยโดยกระทรวงดิจิทัล คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และศูนย์คุ้มครองผู้บริโภคแห่งชาติในปี 2025-2026
- การรั่วไหลของข้อมูลการยืนยันตัวตนและความเสียหายจากการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาตผ่านฟิชชิ่งบนเว็บไซต์ปลอม My Number Portal
- ความเสี่ยงที่บุคคลที่สามจะเห็นข้อมูลทางการแพทย์และประวัติการไปพบแพทย์ที่เชื่อมต่อกับบัตรประกันสุขภาพโดยไม่ตั้งใจ
- การขโมยข้อมูลรายได้และทรัพย์สินผ่านการเข้าถึงข้อมูลภาษีและการยื่นภาษีโดยไม่ได้รับอนุญาต
- การสร้างฐานสำหรับการฉ้อโกงผู้สูงอายุและทายาทผ่านการอ้างอิงบันทึกเงินบำนาญและข้อมูลเงินบำนาญตกทอดโดยไม่ได้รับอนุญาต
- ความเสี่ยงในการเข้าถึงข้อมูลทั้งหมดผ่านบัตร My Number + รหัส PIN เมื่อสมาร์ทโฟนสูญหายหรือถูกขโมย
VPN ที่ใช้ Shadowsocks ของ SecureSS เข้ารหัสการสื่อสารทั้งหมดเมื่อใช้งาน My Number Portal อย่างสมบูรณ์ ป้องกันการดักจับข้อมูลการยืนยันตัวตนและข้อมูล Session ผ่านเครือข่ายที่ไม่น่าเชื่อถือ เช่น Wi-Fi สาธารณะ ร้านกาแฟ และ Co-working Space อย่างครบถ้วน ผสมผสานกับการบล็อกเว็บไซต์ปลอมที่แอบอ้างเป็น My Number Portal บนพื้นฐาน DNS เพื่อการป้องกันแบบหลายชั้น บทความนี้นำเสนอการปกป้องที่ครอบคลุมโดยผสมผสาน SecureSS กับกฎการดำเนินการด้านราชการ
วิธีเข้าถึง
ขั้นตอนที่ 1: ทบทวนการตั้งค่าความปลอดภัยพื้นฐานของ My Number Portal
จัดระเบียบการทบทวนการตั้งค่าความปลอดภัยพื้นฐานของ My Number Portal เป็น 5 ระดับ ระดับที่ 1 คือ "การตรวจสอบวิธีการยืนยันตัวตนเมื่อเข้าสู่ระบบ" ดำเนินการ: (1) บัตร My Number + รหัส PIN (วิธีดั้งเดิม - ความปลอดภัยสูงสุด) (2) ใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์สมาร์ทโฟน (ตั้งแต่ปี 2024 - ความสะดวกสูง) (3) รหัสผ่าน + การยืนยันตัวตนสองขั้นตอนทาง SMS (เฉพาะกรณีฉุกเฉิน) (4) การตรวจสอบการตั้งค่า PIN code (5) การตรวจสอบประวัติการเข้าสู่ระบบเป็นประจำ ระดับที่ 2 คือ "การจัดการบัตร My Number ทางกายภาพ" ดำเนินการ: (1) การเก็บรักษาในกระเป๋าสตางค์หรือกล่องบัตรอย่างปลอดภัย (2) บันทึกรหัส PIN แยกต่างหาก (เก็บในที่แยกต่างหาก) (3) แบ่งปันข้อมูลติดต่อฉุกเฉินกรณีสูญหาย (สายด่วน My Number 0120-95-0178) กับสมาชิกในครอบครัว (4) ความระมัดระวังในการพกพาเมื่อเดินทาง (5) การอัพเดทรหัส PIN เป็นประจำ (แนะนำทุก 3 ปี) ระดับที่ 3 คือ "การจัดการใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์สมาร์ทโฟน" ดำเนินการต่อเนื่อง: (1) เสริมความแข็งแกร่งของการตั้งค่าล็อกสมาร์ทโฟน (ตัวอักษรและตัวเลขผสมสัญลักษณ์ 6 ตัวขึ้นไป) (2) เข้าใจขั้นตอนการยกเลิกทันทีเมื่อสมาร์ทโฟนสูญหาย (3) การอัพเดท PIN ใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์เป็นประจำ (4) การลบออกจากอุปกรณ์เก่าเมื่อเปลี่ยนรุ่นสมาร์ทโฟน (5) ห้ามสมาชิกในครอบครัวใช้แทน ระดับที่ 4 คือ "การจัดการการเชื่อมต่อบัตรประกันสุขภาพ" นำไปปฏิบัติ: (1) ยืนยันสถานะเปิด/ปิดการเชื่อมต่อ (2) ตรวจสอบประวัติการใช้งานที่สถานพยาบาลรายเดือน (3) การตรวจพบการเข้าถึงสถานพยาบาลที่ผิดปกติตั้งแต่เนิ่นๆ (4) การตรวจสอบการแจ้งเตือนจากสหกรณ์ประกันสุขภาพอย่างรอบคอบ (5) การอัพเดทข้อมูลเมื่อย้ายที่อยู่หรือเปลี่ยนงาน ระดับที่ 5 คือ "การจัดการบัญชีรับเงินสาธารณะ" ดำเนินการ: (1) การตรวจสอบบัญชีที่ลงทะเบียนเป็นประจำ (2) การอัพเดททันทีเมื่อเปลี่ยนบัญชีธนาคาร (3) การจัดระเบียบเมื่อมีหลายบัญชี (4) การตั้งค่าการแจ้งเตือนรับเงินสาธารณะ (5) การยืนยันทันทีเมื่อมีการฝากหรือถอนผิดปกติ การทบทวนการตั้งค่าพื้นฐาน 5 ระดับเหล่านี้จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยของ My Number Portal ได้อย่างมีนัยสำคัญ
ขั้นตอนที่ 2: วิธีการระบุการหลอกลวงฟิชชิ่งที่เกี่ยวข้องกับ My Number Portal
จัดระเบียบรูปแบบการหลอกลวงฟิชชิ่งที่เกี่ยวข้องกับ My Number Portal 5 รูปแบบหลักพร้อมเกณฑ์การระบุและมาตรการรับมือ รูปแบบที่ 1 คือ "การปลอมแปลงเป็น My Number Portal" ตัวอย่างทั่วไป: "[My Number Portal] ตรวจพบการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องการการยืนยันตัวตนใหม่ [URL ปลอม]" "[บัตร My Number] ขั้นตอนการอัปเดตฉุกเฉิน [URL ปลอม]" เกณฑ์การระบุ: (1) URL ที่ถูกต้องคือ "myna.go.jp" เท่านั้น (2) โดเมนอื่นใด (My Number Portal + ตัวอักษรอื่น) ล้วนเป็นของปลอม (3) อย่าแตะลิงก์ใน SMS หรืออีเมลเด็ดขาด (4) เข้าถึงผ่านแอปทางการหรือการค้นหาด้วยตนเอง (5) หากสงสัยโทรสายด่วน My Number (0120-95-0178) รูปแบบที่ 2 คือ "การปลอมแปลงการเชื่อมต่อประกันสุขภาพ" ตัวอย่างทั่วไป: "[กระทรวงสาธารณสุขฯ] ยืนยันข้อมูลค่ารักษาพยาบาลที่หักลดหย่อนได้ [URL ปลอม]" "ขั้นตอนต่ออายุบัตรประกันสุขภาพ [URL ปลอม]" เกณฑ์การระบุ: (1) URL ที่ถูกต้องคือ "mhlw.go.jp" (2) การร้องขอให้กรอกข้อมูลส่วนตัวหรือข้อมูลบัญชีอีกครั้งเป็นการหลอกลวงอย่างแน่นอน (3) โทรยืนยันโดยตรงกับสหกรณ์ประกันสุขภาพ (4) ยืนยันด้วยตนเองผ่าน My Number Portal (5) ปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ในครอบครัว รูปแบบที่ 3 คือ "การปลอมแปลงสรรพากรและการยื่นภาษี" ตัวอย่างทั่วไป: "[กรมสรรพากร] ส่งข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับการยื่นภาษี [URL ปลอม]" "[e-Tax] ขั้นตอนรับเงินคืนภาษี [URL ปลอม]" เกณฑ์การระบุ: (1) URL ที่ถูกต้องคือ "nta.go.jp" และ "e-tax.nta.go.jp" (2) การชำระภาษีทำได้ผ่านการโอนเงินธนาคาร ร้านสะดวกซื้อ หรือบัตรเครดิตเท่านั้น ไม่ยอมรับเงินอิเล็กทรอนิกส์หรือสกุลเงินดิจิทัล (3) การเรียกร้องให้ดำเนินการทันทีเป็นการหลอกลวง (4) โทรตรงไปยังสำนักงานสรรพากรในพื้นที่ (5) ปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือนักบัญชี รูปแบบที่ 4 คือ "การปลอมแปลงกองทุนเงินบำนาญ" ตัวอย่างทั่วไป: "[กองทุนเงินบำนาญแห่งชาติญี่ปุ่น] ขั้นตอนยืนยันบันทึกเงินบำนาญ [URL ปลอม]" "การแจ้งเตือนการยื่นคำร้องบำนาญตกทอดใหม่ [URL ปลอม]" เกณฑ์การระบุ: (1) URL ที่ถูกต้องคือ "nenkin.go.jp" (2) กองทุนเงินบำนาญมักแจ้งเตือนทางไปรษณีย์เป็นหลัก (3) การร้องขอให้กรอกข้อมูลส่วนตัวหรือข้อมูลธนาคารอีกครั้งเป็นการหลอกลวง (4) ยืนยันผ่าน Nenkin Dial (0570-05-1165) (5) ปรึกษาสมาชิกในครอบครัวหรือที่ปรึกษาประกันสังคม รูปแบบที่ 5 คือ "การปลอมแปลงรัฐบาลท้องถิ่นและทะเบียนบ้าน" ตัวอย่างทั่วไป: "[สำนักงานเขต xxx] ขั้นตอนยืนยันข้อมูลทะเบียนบ้าน [URL ปลอม]" "ขั้นตอนรับบัตร My Number [URL ปลอม]" เกณฑ์การระบุ: (1) โดเมนทางการของแต่ละหน่วยงานท้องถิ่น ("city.xxx.lg.jp" หรือ "pref.xxx.lg.jp" เป็นต้น) (2) การออกทะเบียนบ้านทำผ่าน My Number Portal หรือที่สำนักงาน (3) การร้องขอให้กรอกข้อมูลส่วนตัวอีกครั้งเป็นการหลอกลวง (4) โทรตรงไปยังสำนักงาน (5) ปรึกษาสมาชิกในครอบครัวหรือเจ้าหน้าที่บริหาร การใช้เกณฑ์การระบุ 5 รูปแบบเหล่านี้จะช่วยลดความเสียหายจากฟิชชิ่งที่เกี่ยวข้องกับ My Number Portal ได้อย่างมีนัยสำคัญ
ขั้นตอนที่ 3: การใช้งาน SecureSS และการจัดการโดยครอบครัวและผู้รับมอบอำนาจ
จัดระเบียบการใช้งาน SecureSS และการจัดการโดยครอบครัวและผู้รับมอบอำนาจเป็น 5 องค์ประกอบ องค์ประกอบที่ 1 คือ "บังคับใช้ VPN เมื่อใช้งาน My Number Portal" เปิดใช้งาน "การเชื่อมต่ออัตโนมัติ" และ "Kill Switch" ของ SecureSS เพื่อเข้ารหัสการสื่อสาน My Number Portal อย่างสมบูรณ์บนทุกเครือข่าย ไม่ว่าจะเป็น Wi-Fi ที่บ้าน Wi-Fi สาธารณะ หรือเครือข่ายมือถือ ป้องกันการดักจับข้อมูลสุขภาพ ข้อมูลภาษี และข้อมูลเงินบำนาญอย่างครบถ้วน องค์ประกอบที่ 2 คือ "การบล็อก DNS สำหรับเว็บไซต์ปลอม My Number Portal" ใช้ "DNS ที่ปลอดภัย" ของ SecureSS เพื่อ: (1) บล็อกเว็บไซต์ปลอมที่แอบอ้างเป็น My Number Portal (2) บล็อกเว็บไซต์ปลอมที่แอบอ้างเป็นกระทรวงสาธารณสุขและกรมสรรพากร (3) บล็อกเว็บไซต์ปลอมที่แอบอ้างเป็นรัฐบาลท้องถิ่น (4) บล็อกช่องทางนำเข้าฟิชชิ่งผ่าน SMS และอีเมล องค์ประกอบที่ 3 คือ "การจัดการการเข้าถึงแทนสมาชิกในครอบครัว" นำไปปฏิบัติ: (1) ต้องมีเจ้าของบัตรอยู่ด้วยเมื่อให้ความช่วยเหลือแก่รุ่นพ่อแม่ที่สูงอายุ (2) เก็บบันทึกการเข้าสู่ระบบแทน (3) การจัดการพิเศษสำหรับบัตร My Number ของเด็ก (4) ไม่แบ่งปันรหัส PIN ระหว่างสมาชิกในครอบครัว (5) จัดทำขั้นตอนการเข้าถึงแทนในกรณีฉุกเฉิน องค์ประกอบที่ 4 คือ "การตอบสนองทันทีเมื่อสมาร์ทโฟนสูญหายหรือถูกขโมย" แบ่งปันขั้นตอนต่อไปนี้กับสมาชิกในครอบครัว: (1) โทรสายด่วน My Number ทันที (0120-95-0178) (2) ยกเลิกใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์สมาร์ทโฟนทันที (3) ลบข้อมูลจากระยะไกลผ่าน Apple Find My/Google Find My (4) ระงับการใช้งานบัญชีธนาคารและบัตร (5) แจ้งความต่อตำรวจกรณีทำหาย/ถูกขโมย องค์ประกอบที่ 5 คือ "การตรวจสอบประวัติการใช้งานเป็นประจำ" ดำเนินการ: (1) ตรวจสอบประวัติการใช้งาน My Number Portal เดือนละ 1 ครั้ง (2) ตรวจสอบประวัติการใช้บัตรประกันสุขภาพรายเดือน (3) ตรวจสอบบันทึกเงินบำนาญปีละ 1 ครั้ง (4) ยืนยันบัญชีรับเงินสาธารณะ (5) ดำเนินการทันทีเมื่อตรวจพบความผิดปกติ SecureSS ราคา 500 เยน/เดือน หรือแผนครอบครัว 1,500 เยน/เดือน เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับการปกป้องการใช้งานบริการราชการ เช่น My Number Portal อย่างต่อเนื่อง การผสมผสาน 5 องค์ประกอบเหล่านี้ช่วยสร้างการดำเนินการ My Number Portal ที่ปลอดภัยในระยะยาว
สรุป
ถาม: เมื่อบัตร My Number สูญหาย ควรดำเนินการอะไรก่อนเป็นอันดับแรก?
ตอบ: การตอบสนองทันทีเมื่อบัตร My Number สูญหาย ดำเนินการ 5 ขั้นตอนต่อไปนี้ภายใน 30 นาที ขั้นตอนที่ 1 โทรสายด่วน My Number ทันที (0120-95-0178) ให้บริการ 24 ชั่วโมง ขอระงับการทำงาน ขั้นตอนที่ 2 แจ้งความต่อตำรวจเพื่อสร้างช่องทางติดต่อเมื่อพบหรือส่งคืน ขั้นตอนที่ 3 ติดต่อสำนักงานเขต/อำเภอในที่อยู่อาศัยเพื่อเริ่มกระบวนการออกบัตรใหม่ ขั้นตอนที่ 4 แจ้งธนาคารและบัตรเครดิตทั้งหมดพร้อมกันเพื่อปกป้องบัญชีรับเงินสาธารณะ ขั้นตอนที่ 5 แจ้งสถานการณ์ให้สมาชิกในครอบครัวและผู้เกี่ยวข้องทราบเพื่อสร้างเครือข่ายป้องกันการถูกหลอกลวง การออกบัตรใหม่ใช้เวลา 1-2 เดือนตามปกติ ในระหว่างนั้นควรใช้บัตรประกันสุขภาพแบบดั้งเดิมร่วมด้วยเมื่อไปสถานพยาบาล สิ่งสำคัญคือการแบ่งปันขั้นตอนกรณีสูญหายกับสมาชิกในครอบครัวล่วงหน้า
ถาม: ใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์สมาร์ทโฟนหรือบัตรจริง อย่างไหนปลอดภัยกว่า?
ตอบ: ความเหนือกว่าด้านความปลอดภัยแตกต่างกันตามสถานการณ์การใช้งาน ข้อดีของบัตรจริง: (1) ความเป็นอิสระไม่พึ่งพาสมาร์ทโฟน (2) แม้บัตรถูกขโมยก็ไม่สามารถใช้งานได้หากไม่มีรหัส PIN (3) ประวัติการดำเนินงานที่ยาวนาน ข้อดีของใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์สมาร์ทโฟน: (1) ความสะดวกในการไม่ต้องพกบัตร (2) การยืนยันตัวตนหลายชั้นจากการล็อกสมาร์ทโฟน (3) การยกเลิกทันทีเมื่อสูญหาย คำแนะนำเชิงปฏิบัติ: (1) ขั้นตอนเล็กน้อยในชีวิตประจำวัน (การขอทะเบียนบ้าน การตรวจสอบภาษี ฯลฯ) → ใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์สมาร์ทโฟน (2) ขั้นตอนสำคัญ (การตรวจสอบเงินบำนาญ การขอคืนภาษีจำนวนมาก ฯลฯ) → บัตรจริง + ขั้นตอนต่อหน้า (3) การใช้งานในต่างประเทศ → พกบัตรจริง การใช้งานร่วมกันทั้งสองแบบมีความปฏิบัติสูงสุด และการเลือกตามสถานการณ์เป็นการสมดุลระหว่างความปลอดภัยและความสะดวก
ถาม: เมื่อช่วยเหลือพ่อแม่ผู้สูงอายุในการใช้งาน My Number Portal ในฐานะครอบครัว มีข้อควรระวังอะไรบ้าง?
ตอบ: ข้อควรระวัง 5 ข้อเมื่อให้การสนับสนุนการใช้งาน My Number Portal แก่ผู้สูงอายุในครอบครัว ข้อที่ 1 คือ "ต้องมีเจ้าของอยู่ด้วย" แม้สมาชิกในครอบครัวจะดำเนินการแทนก็ต้องทำภายใต้ความเข้าใจและความยินยอมของเจ้าของ การเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาตมีปัญหาทั้งในแง่กฎหมาย ข้อที่ 2 คือ "ไม่แบ่งปันรหัส PIN" หลักการคือแม้สมาชิกในครอบครัวก็ควรรู้รหัสเฉพาะเจ้าของเท่านั้น หากต้องจดบันทึกให้เจ้าของเก็บรักษาเอง ข้อที่ 3 คือ "การตรวจสอบการใช้งานเป็นประจำ" ตรวจสอบประวัติการใช้งานรายเดือนร่วมกันระหว่างเจ้าของและสมาชิกในครอบครัว เพื่อตรวจพบความผิดปกติตั้งแต่เนิ่นๆ ข้อที่ 4 คือ "การให้ความรู้ล่วงหน้าเกี่ยวกับการหลอกลวงฟิชชิ่ง" แบ่งปันรูปแบบการหลอกลวงล่าสุดกับเจ้าของรายเดือน รักษาความรู้พื้นฐานที่สามารถตัดสินใจเองได้ ข้อที่ 5 คือ "คู่มือขั้นตอนฉุกเฉิน" เขียนรายชื่อผู้ติดต่อและขั้นตอนกรณีสูญหายหรือถูกหลอกลวงบนกระดาษและแบ่งปันกับเจ้าของและสมาชิกในครอบครัว สิ่งสำคัญคือการสร้างระบบสนับสนุนของครอบครัวในขณะที่เคารพความเป็นอิสระของเจ้าของ
การใช้งาน My Number Portal ในปี 2026 ต้องอาศัยการจัดการการยืนยันตัวตน มาตรการป้องกันฟิชชิ่ง และการดำเนินการแทน 3 ชั้น ซึ่งขาดไม่ได้สำหรับการดำเนินการข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลราชการอย่างปลอดภัย VPN ที่ใช้ Shadowsocks ของ SecureSS ในราคา 500 เยน/เดือน หรือแผนครอบครัว 1,500 เยน/เดือน ให้การปกป้องการสื่อสารเมื่อใช้บริการราชการ เช่น My Number Portal สามารถสัมผัสการปกป้องการสื่อสารข้อมูลราชการในสภาพแวดล้อมการใช้งานของคุณในช่วงทดลองใช้งานฟรี 5 วัน
SecureSS VPN — เริ่มต้น ¥500/เดือน
ทดลองใช้ฟรี 5 วัน และสัมผัสประสบการณ์อินเทอร์เน็ตที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น
เริ่มฟรี